นางสาววรวรรณ เส็งดอนไพร รหัส 4902110027
ทั้งสหรัฐอเมริกาและอีกกว่าสิบประเทศทั่วโลกกำลังต่อสู้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยด้วยมาตรการคล้ายๆ กัน นั่นคือการเพิ่มงบประมาณการใช้จ่ายภาครัฐมูลค่ามหาศาลเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพราะมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวใช้ได้ผลเด็ดแท้แน่นอน แต่นักวิเคราะห์มองว่า น่าจะเป็นเพราะไม่มีทางเลือกอื่นไปกว่านี้มากนักที่จะงัดมาใช้สู้ภาวะเศรษฐกิจขาลง
เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกถูกหั่นลงมาและมูลค่ามาตรการทุ่มงบกระตุ้นเศษฐกิจของรัฐบาลนานาประเทศรวมๆ กันก็หลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ดังแผนภูมิประกอบ) แต่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกก็ยังถดถอยหนักลงกว่าเก่า ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายของหลายประเทศจึงหันไปใช้แนวคิดการแก้ปัญหาของนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ นายจอห์น เมนาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) ผู้ซึ่งสนับสนุนให้รัฐบาลทุ่มงบใช้จ่ายอย่างหนักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคที่โลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งรุนแรง (Great Depression) ในทศวรรษ 1930 ทั้งนี้เนื่องจากการใช้จ่ายของภาคประชาชนและองค์กรธุรกิจเอกชนอ่อนตัวลง จึงเป็นภารกิจของภาครัฐที่จะต้องเปิดคลังนำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อสร้างอุปสงค์โดยตรง
มาตรการนี้มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางกระทั่งล่วงเข้าทศวรรษ 1960 โดยเฉพาะในยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งกำลังบูรณะฟื้นฟูประเทศหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงหลายประเทศในอเมริกาใต้ที่รัฐบาลนิยมถมงบลงในโครงการตัดถนนและพัฒนาระบบการขนส่ง ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจเห็นได้ชัดทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และลาตินอเมริกา
แนวคิดของเคนส์เริ่มแผ่วความนิยมลงในทศวรรษ 1970 เมื่อการทุ่มงบใช้จ่ายของภาครัฐตกเป็นจำเลยสังคมในข้อหากระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกต้องเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอีกครั้งในขณะนี้และมีการนำสถานการณ์ไปเทียบเคียงกับภาวะวิกฤติในทศวรรษ 1930 แนวคิดการแก้ปัญหาของเคนส์จึงกลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง
มาร์ติน เบลีย์ อดีตนักเศรษฐศาสตร์ประจำทำเนียบขาวสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน ให้ความเห็นว่า วิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้รุนแรงมากจนกระทั่งใครๆ ก็ต้องหันกลับไปหาหลักการของเคนส์ และเขาก็เชื่อว่าในภาวะเช่นนี้ โลกจำเป็นต้องใช้กระสุนทุกนัดที่มีเพื่อต่อสู้กับปัญหา ทั้งนี้แม้จะมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการกระตุ้นเงินเฟ้อหากการทุ่มงบใช้จ่ายของภาครัฐผิดจังหวะเวลา เช่นที่เคยเกิดขึ้นในลาตินอเมริกา แต่ก็เห็นได้ชัดว่าขณะนี้เงินเฟ้อไม่ใช่ประเด็นปัญหา และอย่างที่เคนส์เคยกล่าวเตือนเอาไว้ว่า เมื่อเศรษฐกิจเริ่มกระเตื้องขึ้น รัฐบาลก็ต้องรีบชะลอโครงการใช้จ่ายและหันมาเร่งแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณแทน
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้กระตุ้นเตือนให้รัฐบาลนานาประเทศ เพิ่มการใช้จ่ายประมาณ 2% ของผลผลิตภายในประเทศ ซึ่งเมื่อรวมๆ กันแล้วทั่วโลกก็อาจมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้แต่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยังมีแผนจะผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ที่คาดว่าจะมีวงเงินสูงถึง 7.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ ออกมาใช้ โดยนายบารัก โอบามา ซึ่งกำลังจะรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 44 อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมนี้ ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะโน้มน้าวให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้การสนับสนุนมาตรการดังกล่าวเพื่อเขาจะลงนามเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็วที่สุด
ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ยอมรับว่า แผนฟื้นฟูและสร้างการลงทุนใหม่ครั้งนี้จะเพิ่มตัวเลขการขาดดุลงบประมาณของประเทศด้วยความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่หากไม่ตัดสินใจลงมือโดยเร็วและกล้าที่จะใช้งบก้อนโตพอ เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจจะถดถอยยาวนานและสาหัสกว่านี้มากนัก ขณะนี้ทีมงานเศรษฐกิจของนายโอบามากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นแผนงบประมาณประจำปีต่อสภาในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ และขณะเดียวกันเพื่อสร้างความมั่นใจอีกชั้นหนึ่งว่า งบมหึมาดังกล่าวจะถูกใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการสร้างงาน 3 ล้านตำแหน่ง และแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อเร็วๆ นี้นายโอบามาได้แต่งตั้งนางแนนซี่ คิลลีเฟอร์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดินเพื่อดูแลตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐด้วย
ที่มา : จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2391 11 ม.ค. - 14 ม.ค. 2552
2. IMF คือ กองทุนอะไร?
3. รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณเท่าไหร่ในประวัติการณ์?
3 ความคิดเห็น:
1.นายจอห์น เมนาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) ผู้ซึ่งสนับสนุนให้รัฐบาลทุ่มงบใช้จ่ายอย่างหนักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคที่โลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งรุนแรง (Great Depression)
2.คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
3.รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นางสาวลดาวัลย์ พองาม
เลขทะเบียน 48210277
1.นายจอห์น เมนาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) ผู้ซึ่งสนับสนุนให้รัฐบาลทุ่มงบใช้จ่ายอย่างหนักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคที่โลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งรุนแรง (Great Depression)
2.คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
3.รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นางสาว มัตติกา กันทะ
4901100597
คำตอบคือ
1.นายจอห์น เมนาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) ผู้ซึ่งสนับสนุนให้รัฐบาลทุ่มงบใช้จ่ายอย่างหนักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคที่โลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งรุนแรง (Great Depression)
2.กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
3.รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังประสบปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ตอบคำถามโดย นางสาวชม์นิภา ขุนจันทร์
เลขทะเบียน 48210318
คณะบัญชี
แสดงความคิดเห็น